ระยะทางบนสเปกกับระยะจริงในเมือง ห่างกันแค่ไหน
ตัวเลขระยะทางที่พิมพ์บนกล่องวัดในสภาพที่ดีที่สุด น้ำหนักเบา ถนนราบ ไม่มีไฟแดง ซึ่งไม่มีอยู่จริงในเมืองไทย ก่อนจะเลือกแบตเตอรี่ขนาดไหน ต้องเข้าใจก่อนว่าระยะจริงหายไปไหน
ปัจจัยที่กินแบตมากกว่าที่คิด
มอเตอร์กินไฟหนักที่สุดตอนออกตัว ไม่ใช่ตอนวิ่งคงที่ ถ้าเส้นทางมีไฟแดงทุก 300-500 เมตรแบบถนนในกรุงเทพ การออกตัวซ้ำๆ กินพลังงานสะสมมากกว่าวิ่งต่อเนื่องในระยะเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนั้นยังมีตัวแปรอื่นที่สเปกไม่ได้บอก:
- น้ำหนักคนขี่ — สเปกส่วนใหญ่วัดที่น้ำหนัก 60-65 กิโลกรัม คนที่หนักกว่านั้นระยะจะหดทันที
- ทางลาดชัน — สะพานลอย ทางขึ้นอาคาร หรือแม้แต่ทางลาดเล็กน้อยสะสมกันหลายจุด กินพลังงานเพิ่มมากกว่าถนนราบ 2-3 เท่า ต่อเมตร
- โหมดช่วยปั่น — ถ้าใช้โหมดเต็มกำลังตลอด ระยะจะสั้นกว่าโหมดประหยัดอย่างมีนัยสำคัญ
ผลรวมของทุกปัจจัยนี้คือระยะจริงในเมืองมักอยู่ที่ 50-60% ของตัวเลขบนสเปก รุ่นที่โฆษณาว่าวิ่งได้ 70 กิโลเมตร ในถนนกรุงเทพจริงๆ อาจได้แค่ 35-45 กิโลเมตร
จักรยานไฟฟ้าพับได้ 500W 48V ที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่ม — ใช้เปรียบเทียบระยะทางจริงกับสเปกที่โฆษณา 70KM ได้ตรงประเด็นที่บทความเตือน
ดูสินค้าเส้นทางแบบไหนที่แบตหมดเร็วกว่าปกติ
ลองเทียบสองเส้นทางที่ระยะเท่ากัน 15 กิโลเมตร — เส้นแรกเป็นถนนราบผ่านซอย ไฟแดงน้อย ไม่มีสะพาน เส้นที่สองผ่านสะพานข้ามคลอง 2 แห่ง ติดไฟแดงทุก 400 เมตร และมีทางลาดเข้าอาคารจอดรถ เส้นทางที่สองกินแบตมากกว่าเส้นแรกได้ถึง 30-40% แม้ระยะรวมจะเท่ากัน
เส้นทางที่แบตหมดเร็วที่สุดคือแบบที่ต้องหยุด-ออกตัวถี่ มีทางลาดสั้นๆ หลายจุด และขี่ในโหมดกำลังสูงตลอด ถ้าเส้นทางของคุณเป็นแบบนี้ ให้บวกเผื่อระยะที่หายไปอีก 20-30% จากการคำนวณปกติ
อ่านเพิ่มเติม: จักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เลือก จดทะเบียน
แบตเตอรี่เล็กกับใหญ่ เทียบต้นทุนต่อกิโลและน้ำหนักที่แบกได้จริง
ขนาดแบตเตอรี่กำหนดทั้งระยะทาง น้ำหนักรวมของจักรยาน และราคาที่ต้องจ่ายเพิ่ม การเลือกแบตใหญ่กว่าที่ต้องการคือจ่ายเงินซื้อน้ำหนักที่แบกเปล่าทุกวัน
แบตเล็ก 7-8 Ah เหมาะกับเส้นทางแบบไหน
แบต 7-8 Ah ที่แรงดัน 48V ให้พลังงานประมาณ 336-384 Wh ซึ่งในเมืองจริงแปลว่าระยะทาง 20-30 กิโลเมตร ต่อชาร์จ พอสำหรับคนที่บ้านถึงที่ทำงานไม่เกิน 12-15 กิโลเมตร และมีปลั๊กชาร์จที่ออฟฟิศรอ
ข้อได้เปรียบชัดเจนที่สุดคือน้ำหนัก แบตขนาดนี้เบากว่าแบต 13 Ah อยู่ประมาณ 1.5-2 กิโลกรัม ฟังดูน้อย แต่เวลายกขึ้นลิฟต์ทุกเช้าหรือหิ้วขึ้นบันไดสำนักงาน ตัวเลขนี้รู้สึกได้ทันที รุ่นที่แบตถอดออกได้อย่าง จักรยานไฟฟ้าแบตพกพา ANCHI 48V12A ช่วยได้มากตรงนี้ เพราะชาร์จแบตแยกโดยไม่ต้องลากตัวจักรยานเข้าออฟฟิศ
แบตพกพาถอดออกได้ 48V12A — ตรงกับประเด็นเรื่องการชาร์จที่ออฟฟิศที่บทความแนะนำให้ประเมินก่อนเลือกขนาดแบต
ดูสินค้าแบตใหญ่ 10-13 Ah คุ้มเมื่อไหร่
แบต 10-13 Ah ให้พลังงาน 480-624 Wh ระยะจริงในเมืองอยู่ที่ 35-50 กิโลเมตร ต่อชาร์จ คุ้มชัดเจนเมื่อเส้นทางไป-กลับรวมกันเกิน 25 กิโลเมตร หรือต้องแวะธุระก่อนกลับบ้านโดยไม่มีที่ชาร์จระหว่างวัน
แต่มีสิ่งที่ต้องแลก:
- น้ำหนักรวมของจักรยานเพิ่มขึ้น 2-3 กิโลกรัม เทียบกับรุ่นแบตเล็ก
- ราคาต่างกัน 1,000-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่น
- เวลาชาร์จเต็มนานกว่า ปกติ 5-7 ชั่วโมง เทียบกับแบตเล็กที่ 3-4 ชั่วโมง
ถ้าเส้นทางยาวจริงและไม่มีที่ชาร์จกลางวัน แบตใหญ่คือการจ่ายเพิ่มที่สมเหตุสมผล แต่ถ้าซื้อไว้เผื่อโดยไม่ได้ใช้ระยะเต็มก็แค่แบกน้ำหนักเปล่าทุกวัน
มีตัวเลือกแบต 7.5-28.5 Ah ในรุ่นเดียวกัน — ช่วยให้เห็นภาพการเลือกแบตเล็กกับใหญ่ที่บทความเทียบไว้ได้ชัดเจน
ดูสินค้าต้นทุนต่อกิโลเมตรเทียบกับทางเลือกอื่น
ค่าไฟชาร์จแบต 48V 10 Ah หนึ่งรอบอยู่ที่ประมาณ 2-3 บาท ถ้าได้ระยะจริง 35 กิโลเมตร ต้นทุนต่อกิโลเมตรอยู่ที่ ต่ำกว่า 0.10 บาท เทียบกับ Grab หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขั้นต่ำ 30-50 บาท ต่อเที่ยว
ถ้าใช้แทนรถรับจ้างวันละ 2 เที่ยว ประหยัดได้ 60-100 บาทต่อวัน หรือ 1,500-2,500 บาทต่อเดือน จักรยานไฟฟ้าพับได้ราคา 6,000-9,000 บาท คืนทุนภายใน 3-6 เดือน ถ้าใช้จริงทุกวัน
น้ำหนักและขนาดพับ สิ่งที่สเปกบอกไม่ครบ
จักรยานไฟฟ้าพับได้ที่พับแล้วหนัก 20 กิโลกรัมขึ้นไป ยกขึ้นบันไดหรือเข้าลิฟต์สำนักงานได้ยากกว่าที่คิด น้ำหนักจริงหลังพับคือตัวแปรที่กำหนดว่าคุณจะใช้มันทุกวันหรือเปล่า
น้ำหนักที่ยกได้จริงกับน้ำหนักที่ทนได้ทุกวัน
มีความต่างระหว่าง "ยกได้" กับ "ยกได้ทุกวันโดยไม่บ่น" คนทั่วไปยกของหนัก 15-17 กิโลกรัม ขึ้นลิฟต์หรือขึ้นบันไดสั้นๆ ได้โดยไม่เหนื่อยมาก แต่ถ้าต้องทำซ้ำเช้า-เย็นทุกวัน ของที่หนักเกิน 18 กิโลกรัม จะเริ่มรู้สึกเป็นภาระภายในสัปดาห์แรก
รุ่นที่ใช้แบตลิเธียมไอออนขนาดกะทัดรัดอย่าง แบตลิเธียมไอออน 48V12A มักทำให้น้ำหนักรวมของจักรยานเบากว่ารุ่นที่ใช้แบตตะกั่วได้ชัดเจน เพราะแบตลิเธียมให้พลังงานต่อกิโลกรัมสูงกว่า
แบตลิเธียมไอออน 48V12A — เป็นตัวอย่างแบตเล็กที่น้ำหนักเบากว่าแบตตะกั่ว ใช้ประกอบหัวข้อน้ำหนักและขนาดพับที่สเปกบอกไม่ครบ
ดูสินค้าขนาดหลังพับกับพื้นที่จัดเก็บจริงในบ้านและออฟฟิศ
สเปกที่บอกว่า "พับกะทัดรัด" มักวัดแค่ความสูงหลังพับ แต่ไม่ได้บอกว่าความกว้างและความยาวยังเหลืออยู่เท่าไหร่ จักรยานไฟฟ้าพับได้ล้อ 20 นิ้วส่วนใหญ่หลังพับมีขนาดประมาณ 90 × 60 × 70 เซนติเมตร ซึ่งกินพื้นที่ใต้โต๊ะทำงานมาตรฐานพอดีหรือแน่นเกินไปขึ้นอยู่กับรุ่น
ก่อนซื้อให้วัดพื้นที่ที่จะวางจริง ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน แล้วเทียบกับขนาดพับในสเปก ถ้าออฟฟิศไม่มีพื้นที่เก็บ ต้องฝากไว้ที่จอดรถหรือล็อคนอกอาคาร ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงและลดความสะดวกลงมาก
วิธีประเมินเส้นทางตัวเองก่อนเลือกแบตเตอรี่
ก่อนดูสเปกรุ่นไหน ต้องรู้ก่อนว่าเส้นทางของตัวเองต้องการอะไร การประเมินผิดขั้นตอนนี้คือสาเหตุหลักที่คนซื้อแบตใหญ่เกินจำเป็นหรือแบตเล็กเกินพอ
วัดระยะทางจริงในเส้นทางที่ใช้
เปิด Google Maps แล้ววัดระยะทางจากบ้านถึงที่ทำงานตามเส้นทางที่ขี่จริง ไม่ใช่เส้นตรง จากนั้นทำตามลำดับนี้:
- บวกระยะแวะพัก — ถ้าต้องแวะซื้อของหรือต่อรถไฟฟ้า ให้นับระยะทั้งหมดในวันนั้น
- คูณ 2 สำหรับไป-กลับ — ถ้าไม่มีที่ชาร์จที่ทำงาน ระยะที่แบตต้องรองรับคือระยะรวมทั้งวัน
- บวกเผื่อ 25-30% — สำหรับไฟแดง ทางลาด และน้ำหนักตัวที่ทำให้ระยะจริงสั้นกว่าสเปก
ตัวเลขที่ได้คือระยะที่แบตต้องทำได้จริงในวันที่ใช้งานหนักที่สุด ไม่ใช่วันที่ดีที่สุด
จักรยานไฟฟ้าพับได้ 14 นิ้ว 48V ระยะ 30-100 km — ช่วยแสดงให้เห็นช่วงห่างระหว่างระยะสเปกกับระยะจริงที่บทความเตือนไว้
ดูสินค้าดูว่ามีที่ชาร์จระหว่างทางหรือไม่
นี่คือคำถามที่ตัดสินได้เลยว่าต้องการแบตขนาดไหน ถ้ามีปลั๊กที่ออฟฟิศและสามารถชาร์จระหว่างวันได้ แบต 7-8 Ah ก็เพียงพอสำหรับเส้นทางไม่เกิน 15 กิโลเมตรต่อขา เพราะชาร์จกลับได้ก่อนขากลับ
แต่ถ้าออฟฟิศไม่มีปลั๊ก หรือไม่สะดวกนำจักรยานเข้าไปชาร์จ ต้องคำนวณระยะไป-กลับรวมกันทั้งหมด แล้วเลือกแบตที่รองรับได้โดยไม่ต้องลุ้น ที่ชาร์จแบบ ที่ชาร์จลิเธียม 48V ราคาไม่แพงและพกไว้ในกระเป๋าได้ ถ้าออฟฟิศมีปลั๊กก็แค่ซื้อเพิ่มไว้ชุดหนึ่ง ไม่ต้องลากสายชาร์จทั้งเส้นไปด้วย
ที่ชาร์จลิเธียม 24-72V รองรับหลายขนาด — ตรงกับประเด็นการมีปลั๊กชาร์จที่ออฟฟิศที่บทความแนะนำให้เช็กก่อนเลือกขนาดแบต
ดูสินค้าอ่านต่อ: จักรยานไฟฟ้า ล้อเล็ก
จุดที่ต้องดูในสเปกก่อนตัดสินใจซื้อ
สเปกบนหน้าเว็บมีตัวเลขเยอะ แต่มีอยู่ไม่กี่ค่าที่บอกได้จริงว่าของชิ้นนี้จะทำงานได้ตามที่คาดหวังหรือเปล่า
วัตต์ชั่วโมง (Wh) คือตัวเลขที่เชื่อถือได้กว่า Ah
Ah บอกความจุของแบต แต่ไม่บอกพลังงานจริง เพราะแบต 48V 10 Ah กับ 36V 10 Ah ให้พลังงานต่างกันมาก ตัวเลขที่เปรียบเทียบข้ามรุ่นได้ตรงกว่าคือ Wh (วัตต์ชั่วโมง) ซึ่งคำนวณจาก V × Ah
แบต 48V 10 Ah = 480 Wh ให้ระยะจริงในเมืองประมาณ 35-45 กิโลเมตร ส่วนแบต 36V 10 Ah = 360 Wh ให้ระยะน้อยกว่าแม้ Ah เท่ากัน ถ้าผู้ขายไม่ระบุ Wh ให้คำนวณเองจาก V และ Ah ที่ให้มา
แบตลิเธียม 48V ความจุ 6-23 Ah — ครอบคลุมช่วงแบตเล็กถึงใหญ่ที่บทความเทียบ ใช้ประกอบการอธิบายสเปกที่ต้องดูก่อนซื้อ
ดูสินค้ากำลังมอเตอร์กับการใช้งานในเมือง
มอเตอร์ 250W เพียงพอสำหรับถนนราบในเมืองและน้ำหนักตัวไม่เกิน 75 กิโลกรัม ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเหมาะกับการขี่ในซอยหรือเลนจักรยาน แต่ถ้าเส้นทางมีสะพานหรือทางลาดชัน หรือน้ำหนักตัวเกิน 80 กิโลกรัม มอเตอร์ 350-500W จะช่วยได้ชัดเจนทั้งเรื่องแรงดึงและความร้อนสะสม
สิ่งที่ต้องรู้คือกำลังมอเตอร์สูงกินแบตเร็วกว่า มอเตอร์ 500W ที่ใช้กำลังเต็มตลอดจะทำให้ระยะสั้นกว่ามอเตอร์ 250W ในระยะทางเดียวกันบนถนนราบ เลือกกำลังให้ตรงกับเส้นทางจริง ไม่ใช่เลือกเผื่อสูงสุดเสมอ
ระบบเบรกและล้อที่เหมาะกับถนนเมือง
เบรกดิสก์ทำงานได้คงเส้นคงวากว่าเบรกดรัมในสภาพถนนเปียกหรือฝนตก ซึ่งในกรุงเทพหน้าฝนเป็นเรื่องปกติ ถ้าเลือกได้ให้เลือกดิสก์ทั้งสองล้อ ราคาต่างกันไม่มากแต่ความมั่นใจตอนหยุดกะทันหันต่างกันชัดเจน
ขนาดล้อ 20 นิ้ว คือจุดสมดุลที่ดีสำหรับจักรยานไฟฟ้าพับได้ในเมือง คล่องตัวพอสำหรับซอยแคบ แต่เสถียรพอสำหรับถนนใหญ่ที่มีรอยต่อหรือฝาท่อ ล้อ 14-16 นิ้วพับเก็บได้กะทัดรัดกว่า แต่กระเด้งมากกว่าบนถนนขรุขระ ถ้าเส้นทางมีถนนไม่เรียบหลายจุดให้น้ำหนักไปที่ล้อ 20 นิ้วก่อน
