ทำไมต้องมีเครื่องมือช่างติดรถ
หลายคนคิดว่าเรื่องนี้ปล่อยให้ช่างจัดการก็พอ แต่ปัญหาบางอย่างรอช่างไม่ได้ โดยเฉพาะตอนที่อยู่กลางทางไกลหรือดึกดื่น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน
ลองนึกภาพขับรถออกจากบ้านตอนเช้า แล้วสังเกตว่าล้อหน้าแบนกลางทางระหว่างรถติด ถ้ามีประแจขันล้อกับแม่แรงติดรถอยู่ ก็จัดการได้เองใน 20-30 นาที แต่ถ้าไม่มีอะไรเลย ก็ได้แต่ยืนรอรถลากหรือโทรหาช่างซึ่งอาจใช้เวลานานกว่านั้นหลายเท่า
น็อตแบตเตอรี่หลวมก็เป็นอีกเรื่องที่เจอบ่อย รถสตาร์ทไม่ติดทั้งที่แบตยังดี แค่ขันน็อตขั้วแบตให้แน่นก็แก้ได้ทันที แต่ถ้าไม่มีประแจเบอร์ 10 ติดรถ ก็ทำอะไรไม่ได้เลย เหตุการณ์เล็กๆ แบบนี้แหละที่ทำให้คนเสียเวลาและเงินโดยไม่จำเป็น
แก้ปัญหาเองได้ ไม่ต้องรอช่างทุกครั้ง
เครื่องมือช่างติดรถไม่ต้องครบเหมือนอู่ ขอแค่มีของที่ตรงกับปัญหาที่เจอบ่อยในชีวิตประจำวัน ไขควง ประแจ คีม สายพ่วงแบต — แค่นี้ก็แก้ปัญหาหน้างานได้ 80% โดยไม่ต้องโทรหาใคร
ประหยัดเวลาก็จริง ประหยัดเงินก็จริง แต่สิ่งที่คนมักไม่ได้คิดถึงคือความสบายใจตอนขับรถคนเดียวกลางดึก รู้ว่ามีของติดรถ แค่นั้นก็ต่างออกไปมากแล้ว
อ่านต่อ: เครื่องมือช่างติดบ้าน ผู้หญิง
ไขควงและประแจ เบอร์ไหนใช้บ่อยที่สุดในรถ
ถามว่าเครื่องมือช่างติดรถชิ้นไหนสำคัญที่สุด คำตอบแรกคือไขควงกับประแจ แต่ปัญหาคือมีหลายเบอร์ หลายแบบ ต้องรู้ว่าเบอร์ไหนใช้กับอะไรในรถจริงๆ
ไขควงปากแฉกและปากแบน เบอร์ที่ต้องมีติดรถ
ไขควงที่ใช้บ่อยที่สุดในรถคือ ปากแฉก No.2 — น็อตฝาครอบในรถ แผงประตู กล่องฟิวส์ ฝาครอบไฟในห้องโดยสาร ส่วนใหญ่ใช้เบอร์นี้ทั้งนั้น ถ้าจะมีไขควงติดรถแค่ด้ามเดียว เลือก No.2 ปากแฉก ก่อนเลย
ปากแบนขนาดกลางก็ต้องมีติดคู่กัน ใช้งัดฝาครอบพลาสติก เปิดกล่องฟิวส์ หรือจัดการน็อตหัวแบนที่เจอในรถบางรุ่น ของสองชิ้นนี้ทำงานคู่กันเสมอ
ถ้าจะจัดชุดไขควงติดรถ ควรมีอย่างน้อย:
- ไขควงปากแฉก No.2 (ด้ามยาวปกติ 1 ด้าม)
- ไขควงปากแบน ขนาดกลาง (กว้างประมาณ 6-8 มม.)
- ไขควงปากแฉก No.1 (สำหรับน็อตเล็กในแผงไฟ)
สามด้ามนี้ครอบคลุมงานในรถได้เกือบทุกอย่างที่เจอในชีวิตประจำวัน
ประแจปากตายและประแจแหวน เบอร์ที่ใช้กับรถบ่อย
น็อตในรถยนต์ทั่วไปส่วนใหญ่วนอยู่ที่ 3 เบอร์หลัก คือ 10, 12 และ 14 มิล — น็อตขั้วแบตเตอรี่เกือบทุกรุ่นใช้เบอร์ 10 ฝาครอบต่างๆ ใต้ฝากระโปรงใช้ 12 และ 14 ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากเบอร์ไหน เริ่มสามเบอร์นี้ก่อนเลย
ความต่างระหว่างปากตายกับปากแหวนคือมุมการทำงาน ปากตายใช้งานได้เร็วแต่ต้องมีพื้นที่หมุน ปากแหวนแนบน็อตได้สนิทกว่าและไม่ลื่น ถ้าพกได้ ควรมีแบบ รวมสองหัวในด้ามเดียว จะได้ไม่ต้องพกหลายชิ้น
เบอร์ที่ควรมีติดรถ:
- 10 มิล — น็อตขั้วแบตเตอรี่ น็อตฝาครอบเล็ก
- 12 มิล — น็อตทั่วไปใต้ฝากระโปรง
- 14 มิล — น็อตขนาดกลางในระบบต่างๆ
ประแจบ็อกซ์และประแจเลื่อน ต้องมีไหม
ถ้าไม่อยากพกหลายชิ้น ประแจเลื่อน หนึ่งด้ามช่วยทดแทนได้หลายเบอร์ ปรับหัวได้ตามขนาดน็อต เหมาะมากสำหรับงานฉุกเฉินที่ไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะเจอน็อตเบอร์อะไร
สำหรับบ็อกซ์ ถ้าจะมีติดรถ แนะนำ ชุดขันล้อ ที่มาพร้อมลูกบล็อกหลายขนาดโดยเฉพาะ เพราะน็อตล้อรถยนต์ทั่วไปใช้เบอร์ 17, 19, 21 หรือ 23 มิล แล้วแต่รุ่น ชุดที่มีครบสี่ขนาดในกล่องเดียวช่วยได้มากตอนต้องเปลี่ยนยางกลางทาง
ประแจขันล้อพร้อมลูกบล็อก 4 ขนาด (17/19/21/23 มม.) — ครอบคลุมน็อตล้อรถยนต์ส่วนใหญ่ที่บทความพูดถึงว่าต้องมีติดรถ
ดูสินค้าพอมีไขควงกับประแจครบแล้ว ก็ถึงเวลาดูว่ายังขาดอะไรอีกในชุดเครื่องมือติดรถ
ชุดเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ต้องมีติดรถ
นอกจากไขควงกับประแจ ยังมีของอีกหลายชิ้นที่ดูเหมือนไม่จำเป็นจนกว่าจะต้องใช้จริงๆ รายการนี้คัดมาจากสิ่งที่คนใช้รถเจอปัญหาบ่อยที่สุด
คีมและเทปพัน สองชิ้นที่ขาดไม่ได้
คีมปากจิ้งจก เป็นของที่ดูธรรมดาแต่ใช้ได้จริงหลายสถานการณ์ — จับสายไฟที่หลุดออกมา บีบท่อยางเล็กๆ หรือดึงของที่ติดอยู่ในที่แคบ ใช้ด้ามคีมงัดก็ยังได้ในบางกรณี ของชิ้นเดียวที่ทำงานแทนได้หลายอย่าง
เทปพันสายไฟเป็นของที่ขาดไม่ได้เลยตอนสายไฟฉีกหรือหลุดกลางทาง พันชั่วคราวให้กระแสไฟไม่รั่ว แล้วค่อยเอาไปซ่อมจริงที่อู่ ถ้าจะเลือกให้คุ้ม เลือกเทปผ้าคุณภาพดีที่ฉีกด้วยมือได้ ทนความร้อนและกันน้ำได้ดีกว่าเทปพลาสติกทั่วไปมาก
เทปผ้าพันสายไฟ TESA คุณภาพสูง ฉีกด้วยมือได้ — เครื่องมือพื้นฐานที่บทความแนะนำให้ติดรถสำหรับงานซ่อมฉุกเฉินเบื้องต้น
ดูสินค้าสายพ่วงแบตเตอรี่ ของที่คนลืมพกมากที่สุด
แบตหมดกลางทางเป็นเหตุการณ์ที่เจอบ่อยมาก โดยเฉพาะตอนจอดรถทิ้งไว้นานหรือเปิดไฟลืมดับ ถ้ามีสายพ่วงแบตติดรถ แค่ขอความช่วยเหลือจากรถที่จอดอยู่ใกล้ๆ ก็สตาร์ทรถได้เองใน 5 นาที
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนซื้อสายพ่วงแบต:
- ความยาว — อย่างน้อย 3 เมตร เพื่อให้จอดรถสองคันชนหัวหรือจอดข้างๆ กันได้สะดวก
- ขนาดสาย — ยิ่งสายหนายิ่งดี สายบางมากส่งกระแสได้น้อย ใช้กับรถเครื่องใหญ่ไม่ค่อยได้ผล
- คุณภาพคีบ — คีบต้องแน่น ไม่หลุดง่าย ตรงนี้สำคัญมากเพราะถ้าคีบไม่ดีกระแสไฟไม่ผ่าน
สายพ่วงแบต 300A ยาว 3 เมตร สายทองแดงมาตรฐาน — ตรงกับที่บทความระบุว่าต้องเช็กว่ามีสายพ่วงแบตติดรถหรือยัง
ดูสินค้าสายจั๊มแบตราคาถูกกว่าครึ่ง ยาว 4 เมตร — เหมาะสำหรับมือใหม่ที่บทความเตือนว่าไม่ต้องซื้อทีเดียวครบ เริ่มจากของที่ใช้บ่อยก่อน
ดูสินค้าไฟฉาย มีดอเนกประสงค์ และถุงมือช่าง
ของสามชิ้นนี้ดูเล็กน้อยแต่ขาดไม่ได้จริงๆ ตอนต้องซ่อมกลางคืน ลองนึกภาพต้องเปลี่ยนยางข้างถนนตอนสองทุ่ม ไม่มีไฟฉาย ก็ทำอะไรไม่ได้เลย ไฟฉายแบบพับได้ หรือแบบหัวคาดดีที่สุดเพราะปลดมือทั้งสองได้ขณะทำงาน
มีดอเนกประสงค์ใช้ตัดเชือก ฉีกเทป หรือตัดสายไฟฉุกเฉิน ส่วนถุงมือช่างกันลื่นช่วยให้จับประแจได้มั่นกว่าตอนมือเปื้อนน้ำมันหรือเปียกฝน ของสามชิ้นนี้รวมกันไม่ได้ที่ใน 200 บาท แต่ช่วยได้มากตอนต้องการจริงๆ
กล่องเก็บเครื่องมือในรถ เลือกแบบไหนให้ไม่รก
มีของครบแต่วางไม่เป็นระเบียบก็ไม่ต่างจากไม่มี ตอนต้องใช้จริงๆ หาไม่เจอก็จบ
กล่องผ้าหรือกล่องพลาสติก อันไหนเหมาะกับท้ายรถ
กล่องผ้าซิปแบบพับได้ เหมาะกับรถที่ท้ายพื้นที่จำกัด เพราะพับแบนเก็บได้เมื่อไม่ใช้ น้ำหนักเบา ยกขึ้นมาง่าย ข้อเสียคือไม่แข็งแรงพอสำหรับของหนัก และถ้าของในกล่องเยอะก็ดูรกตา
กล่องพลาสติกแข็ง ทนกว่า เก็บของหนักได้ดีกว่า มีฝาปิดกันฝุ่น แต่กินพื้นที่ท้ายรถมากกว่าและน้ำหนักตัวกล่องเองก็หนักกว่า ถ้าท้ายรถกว้างพอและมีเครื่องมือเยอะ กล่องพลาสติกคุ้มกว่าในระยะยาว
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มจัดชุดเครื่องมือช่างติดรถ กระเป๋าผ้าแบบมีช่องแยกเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริงและไม่กินที่ท้ายรถ
กระเป๋าเก็บของท้ายรถแบบใช้ได้ทั่วไป — ช่วยจัดระเบียบเครื่องมือในท้ายรถไม่ให้กระจัดกระจาย ตรงกับ section เลือกกล่องเก็บเครื่องมือ
ดูสินค้าจัดชุดเครื่องมือให้พร้อมใช้ใน 30 วินาที
หลักง่ายๆ คือ ของที่ใช้บ่อยอยู่ด้านบน ของที่ใช้นานๆ ครั้งอยู่ด้านล่าง — ไขควงกับประแจวางด้านบนสุด สายพ่วงแบตพับเก็บด้านล่าง เทปพันสายไฟและถุงมือวางตรงกลาง
อีกเรื่องที่คนมักข้าม คือไม่เคยเปิดกล่องเลยหลังจากจัดครั้งแรก ลองเปิดดูทุก 3-4 เดือน ว่าของยังครบไหม ไม่มีอะไรขึ้นสนิม หรือเทปพันสายไฟแห้งกรอบไปแล้วหรือเปล่า ของที่เก็บในรถโดนความร้อนทุกวัน เสื่อมเร็วกว่าที่คิด
อ่านเพิ่มเติม: เตรียมรถขับทางไกล
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำตอนซื้อเครื่องมือช่างติดรถ
ซื้อผิดแล้วก็ไม่ได้ใช้ หรือซื้อถูกเกินไปแล้วพังตอนต้องการมากที่สุด สองแบบนี้เจอบ่อยมากในกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มดูแลรถเอง
ซื้อชุดใหญ่เกินจำเป็น ของส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้
ชุดเครื่องมือ 100+ ชิ้น ราคาหลักร้อยที่เห็นขายกันเยอะ ฟังดูคุ้มแต่พอแกะกล่องออกมาแล้วใช้จริงแค่ 5-6 ชิ้น ที่เหลือก็นอนอยู่ในกล่องจนขึ้นสนิม และของที่ใช้จริงในชุดราคาถูกมักทำมาจากเหล็กคุณภาพต่ำ ขันน็อตไม่กี่ครั้งก็เริ่มลื่น
ซื้อทีละชิ้นตามที่ต้องการจริง ดีกว่าซื้อชุดใหญ่มาเก็บ เริ่มจากไขควงปากแฉก No.2 กับประแจเบอร์ 10 ก่อน แล้วค่อยเพิ่มตามปัญหาที่เจอจริงในชีวิตประจำวัน วิธีนี้ทำให้ทุกชิ้นที่มีอยู่ถูกใช้จริง ไม่มีของนอนเปล่า
เลือกเครื่องมือคุณภาพต่ำเกินไป ใช้ครั้งเดียวพัง
ไขควงราคา 20-30 บาท จากร้านทั่วไปมักลื่นตอนออกแรงขัน ปลายไขควงบิ่น หรือด้ามหมุนโดยที่ปลายไม่หมุนตาม ผลคือน็อตลื่น ขันไม่ออก แล้วยังต้องไปซื้อใหม่อีก จ่ายสองรอบ
เครื่องมือช่างเป็นของที่ ซื้อครั้งเดียวใช้ได้หลายปี ถ้าเลือกถูก ไม่ต้องแพงมาก แต่ควรเลือกแบรนด์ที่มีประวัติและมีรีวิวจากคนใช้จริง ไขควงดีๆ ราคา 100-200 บาท ต่อด้าม ใช้ทนกว่าชุด 10 ด้ามราคา 80 บาทมากกว่าหลายเท่า ลงทุนครั้งเดียวแล้วไม่ต้องคิดเรื่องนี้อีก
