ทำความเข้าใจมอเตอร์จักรยานไฟฟ้าก่อนดูสเปก
ก่อนเทียบตัวเลขวัตต์หรือแรงบิด ต้องรู้ก่อนว่ามอเตอร์สองแบบนี้ทำงานต่างกันอย่างไร เพราะสเปกเดียวกันบนกล่องให้ผลบนเนินที่ต่างกันมาก
Hub Drive มอเตอร์อยู่ที่ล้อ ส่งกำลังตรง
Hub Drive ฝังมอเตอร์ไว้ในดุมล้อหลัง (หรือหน้าในบางรุ่น) แล้วส่งกำลังตรงออกไปที่ล้อโดยไม่ผ่านโซ่หรือระบบเกียร์ใดๆ ฟังดูเรียบง่าย และจริงๆ ก็เรียบง่ายในแง่โครงสร้าง — ชิ้นส่วนน้อย ซ่อมง่าย ราคาถูกกว่า
แต่ข้อจำกัดอยู่ตรงนี้ เมื่อถึงเนินชัน มอเตอร์ต้องออกแรงเพิ่มโดยไม่มีตัวช่วยทดแรงเลย กำลังที่ล้อได้รับคือกำลังจากมอเตอร์ล้วนๆ ถ้าเนินชันเกินกว่าที่มอเตอร์รับไหว ก็ไม่มีทางออก นอกจากปั่นช่วยหนักๆ หรือยอมให้รถชะลอ
Mid Drive มอเตอร์อยู่กลางคัน ใช้เกียร์ช่วยทด
Mid Drive วางมอเตอร์ไว้ที่แกนกลางของจักรยาน ตรงบริเวณ Bottom Bracket ส่งกำลังผ่านโซ่และเฟืองเหมือนกับการปั่นปกติ นั่นหมายความว่ามันใช้ระบบเกียร์ของจักรยานได้เต็มๆ
เมื่อถึงเนิน เลื่อนเกียร์ลงต่ำ — มอเตอร์ทำงานในรอบที่เหมาะสม แรงบิดที่ถ่ายออกมาที่ล้อสูงขึ้นโดยที่ตัวมอเตอร์ไม่ต้องออกแรงเพิ่ม นี่คือหลักการเดียวกับที่ทำให้คนปั่นจักรยานขึ้นเขาได้โดยไม่ล้า — เกียร์ต่างหากที่ทดแรง ไม่ใช่ขาที่แข็งแรงขึ้น
เฟืองจักรยาน T8F ขาปั่น เฟืองฟิกซ์ 9/11/13 ฟัน — ส่วนประกอบของระบบส่งกำลัง Mid Drive ที่บทความเน้นว่าเป็นตัวชี้ขาดในการขึ้นเนิน
ดูสินค้าตัวเลขที่ต้องดูจริงๆ ไม่ใช่แค่วัตต์
วัตต์ (W) บอกกำลังสูงสุดที่มอเตอร์ทำได้ แต่ไม่ได้บอกว่ามันจะดึงรถขึ้นเนินได้แค่ไหน ตัวเลขที่บอกเรื่องนี้ได้ตรงกว่าคือ Newton-meter (Nm) — แรงบิดที่มอเตอร์หมุนออกมา
ยิ่ง Nm สูง ยิ่งดึงรถขึ้นเนินได้หนักและชันกว่า รถที่ระบุแค่ "250W" โดยไม่บอก Nm คือรถที่คุณต้องถามเพิ่มก่อนตัดสินใจ
นอกจาก Nm แล้ว ระบบเซ็นเซอร์ก็สำคัญไม่แพ้กัน มีสองแบบหลักที่พบในตลาด:
- Torque sensor — วัดแรงที่ปั่นจริงแล้วส่งกำลังไฟฟ้าตาม รู้สึกลื่น ตอบสนองเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะตอนเริ่มขึ้นเนิน
- Cadence sensor — วัดแค่ว่ามีการปั่นหรือเปล่า แล้วส่งกำลังคงที่ตามระดับ PAS ที่ตั้งไว้ รู้สึกสะดุดกว่าเวลาเจอเนินกะทันหัน
รถที่ใช้ Torque sensor มักจัดการเนินได้ดีกว่าเพราะมอเตอร์ช่วยพอดีกับสิ่งที่ขาทำ ไม่ใช่ส่งกำลังเต็มๆ ทันทีที่เริ่มหมุนขาแล้วดับเมื่อหยุด
Hub Drive กับ Mid Drive บนเนินจริง ต่างกันแค่ไหน
เอาสถานการณ์จริงที่คนเมืองเจอมาเทียบ ไม่ใช่ทดสอบในสนาม แต่เป็นสะพานลอย ทางลาดห้าง และถนนเนินเตี้ยที่วิ่งทุกวัน
สะพานลอยและทางลาดสั้นชัน Hub Drive สู้ได้ไหม
สะพานลอยทั่วไปในเมืองไทยมีความชันอยู่ที่ประมาณ 8–12% และระยะสั้น Hub Drive ที่มีแรงบิดพอ (40 Nm ขึ้นไป) และน้ำหนักรถเบา รับมือได้ ไม่ได้ถึงกับพัง
ปัญหาเริ่มชัดเมื่อเนินยาวขึ้นหรือชันกว่าปกติ มอเตอร์ต้องออกแรงต่อเนื่องโดยไม่มีเกียร์ช่วย อุณหภูมิในมอเตอร์ขึ้น กำลังตก บางเคสรู้สึกได้ชัดว่ารถ "หนักขึ้น" กลางเนิน ทั้งที่ไม่ได้หยุดปั่น สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือมอเตอร์ throttle ตัวเองลงเพื่อป้องกันความร้อนสะสม
กล่องควบคุมมอเตอร์ 36V/48V 250W/350W — อุปกรณ์ควบคุมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขึ้นเนิน ผู้ซื้อต้องเช็กสเปกนี้ตามคำแนะนำของบทความ
ดูสินค้าMid Drive จัดการเนินยาวได้ดีกว่าเพราะอะไร
ข้อได้เปรียบของ Mid Drive ไม่ใช่ว่ามอเตอร์แรงกว่า แต่เพราะมันทำงานในรอบที่เหมาะสมเสมอ เลื่อนเกียร์ต่ำก่อนขึ้นเนิน มอเตอร์หมุนเร็วขึ้นแต่แรงบิดที่ส่งออกมาที่ล้อสูงขึ้น — หลักการเดียวกับเกียร์รถยนต์
ผลที่เห็นได้ชัดในการใช้งานจริงคือมอเตอร์ไม่ร้อนสะสมบนเนินยาว เพราะทำงานในรอบที่ออกแบบมา ไม่ใช่ฝืนออกแรงเกินขีดจำกัด และถ้ารถติด Torque sensor ด้วย ระบบจะเพิ่มกำลังตามแรงที่ขาปั่นจริง ทำให้รู้สึกลื่นตลอดทางขึ้น ไม่มีจังหวะสะดุดที่ทำให้เสียจังหวะบนเนิน
น้ำหนักรถและแบตฯ ก็มีผลไม่แพ้มอเตอร์
มอเตอร์แรงแค่ไหนก็ตาม ถ้ารถหนัก 25–30 กก. ขึ้นไป แรงบิดที่ต้องใช้ขึ้นเนินก็สูงขึ้นตาม Hub Drive รุ่นราคาถูกมักหนักกว่าเพราะโครงสร้างและแบตฯ ที่ใช้ ยิ่งหนัก ยิ่งกินแรงบิดมาก
แบตเตอรี่ก็เป็นอีกตัวแปรที่คนมักมองข้าม Watt-hour (Wh) คือความจุพลังงานจริงๆ ไม่ใช่แค่ V หรือ Ah แบตฯ 250 Wh กับ 360 Wh ต่างกันชัดเมื่อมอเตอร์ต้องทำงานหนักบนเนินต่อเนื่อง ตัวที่ Wh น้อยกว่าหมดก่อน และเมื่อแบตฯ เหลือน้อย กำลังมอเตอร์ก็ตกตาม — เนินจุดสุดท้ายของวันมักหนักที่สุดเสมอ
เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเส้นทางที่ใช้จริง
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าเส้นทางที่ปั่นทุกวันมีเนินแบบไหน และงบที่มีอยู่เท่าไหร่
ถนนเรียบเป็นหลัก มีสะพานบ้าง Hub Drive พอ
ถ้าเส้นทางประจำส่วนใหญ่ราบ มีสะพานลอยสัก 2–3 จุดที่ข้ามแล้วก็จบ Hub Drive ที่สเปกพอเหมาะรับมือได้สบาย ข้อดีที่ชัดเจนคือ:
- ราคาตั้งต้นต่ำกว่า Mid Drive อย่างเห็นได้ชัด
- โครงสร้างเรียบง่าย ช่างทั่วไปซ่อมได้
- หาอะไหล่ง่ายกว่า ราคาอะไหล่ถูกกว่า
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนซื้อ Hub Drive คือแรงบิดต้องไม่ต่ำกว่า 40 Nm และน้ำหนักรถควรอยู่ใต้ 22 กก. ถ้าทั้งสองข้อผ่าน สะพานลอยทั่วไปไม่ใช่ปัญหา
จักรยานไฟฟ้า 800W มอเตอร์ 48V12A รับน้ำหนัก 150 กก. — ตัวอย่างสินค้าสำเร็จรูปที่ผู้ซื้อควรขอทดปั่นขึ้นเนินจริงก่อนจ่ายเงินตามคำแนะนำสุดท้ายของบทความ
ดูสินค้ามีเนินหลายจุดหรือทางลาดยาว Mid Drive คุ้มกว่า
ถ้าเส้นทางมีเนินหลายจุด หรือต้องขึ้นทางลาดจอดรถทุกวัน Mid Drive คือตัวเลือกที่คืนทุนได้ในระยะยาว เพราะมอเตอร์ทำงานในรอบที่เหมาะสมตลอด อายุการใช้งานยาวกว่า และแบตฯ ใช้ได้ระยะไกลกว่าในเส้นทางที่มีเนิน
ต้นทุนตั้งต้นสูงกว่า แต่ถ้าปั่นทุกวันและเส้นทางมีเนินจริง ความต่างของมอเตอร์จะแสดงให้เห็นภายในไม่กี่เดือน ทั้งในแง่ความสะดวกและค่าซ่อมที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม: จักรยานไฟฟ้า แบตถอดได้ ถอดไม่ได้
จุดที่ต้องเช็กก่อนซื้อ ไม่ใช่แค่ดูรูปในโฆษณา
สเปกบนหน้าเว็บกับสิ่งที่รถทำได้จริงบนถนนบ้านคุณอาจห่างกันมาก มีจุดที่ต้องถามหรือทดสอบก่อนตัดสินใจ
ถามแรงบิด Nm ไม่ใช่แค่วัตต์
เวลาถามสเปกรถหรือหาข้อมูลออนไลน์ ให้มองหาตัวเลข Nm ก่อน ถ้าหน้าเว็บหรือผู้ขายบอกแค่วัตต์ ให้ถามตรงๆ ว่า "แรงบิดมอเตอร์เท่าไหร่"
สำหรับถนนในเมืองที่มีสะพานลอยและทางลาดทั่วไป แรงบิด 40–50 Nm ถือว่าพอรับมือได้ ถ้ามีเนินชันหรือขนของหนักบ่อย ควรมองหาที่ 60 Nm ขึ้นไป ตัวเลขต่ำกว่า 35 Nm บนรถที่หนักกว่า 20 กก. คือสัญญาณที่ต้องระวัง
มอเตอร์ 500W/350W/800W ที่บทความเน้นว่าต้องเช็ก Nm ของมอเตอร์ ไม่ใช่แค่ W — สินค้านี้เป็น Hub Drive ที่ต้องทดปั่นขึ้นเนินจริงก่อนซื้อตามคำแนะนำ
ดูสินค้าทดลองปั่นบนเนินจริงก่อนจ่ายเงิน
ขอทดปั่นก่อนซื้อทุกครั้ง และอย่าทดแค่ในที่ราบหน้าร้าน หาสะพานลอยหรือทางลาดใกล้ๆ แล้วปั่นขึ้นจริง สิ่งที่ต้องสังเกตคือมอเตอร์ตอบสนองเร็วแค่ไหนเมื่อเริ่มเจอเนิน — มีจังหวะสะดุดหรือช่วยได้ต่อเนื่อง และกำลังตกหรือเปล่าเมื่อขึ้นถึงกลางเนิน
ถ้าร้านไม่ให้ทดปั่นบนเนิน หรือไม่มีเนินให้ทด นั่นก็เป็นข้อมูลอยู่แล้ว
มอเตอร์ Hub Drive 48V350W/36V350W ขนาด 14 นิ้ว พร้อมดรัมเบรก — ตัวอย่างเฉพาะของ Hub Drive ที่ผู้อ่านต้องทดปั่นขึ้นเนินจริงตามคำแนะนำของบทความ
ดูสินค้าเช็กน้ำหนักรถและความจุแบตฯ ควบคู่กัน
มอเตอร์แรงอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูสมการทั้งหมด รถที่ดีสำหรับเส้นทางมีเนินควรมีครบสามข้อนี้:
- น้ำหนักรถไม่เกิน 22–25 กก. — ยิ่งเบา ยิ่งกินแรงบิดน้อยลงบนเนิน
- แบตฯ ไม่ต่ำกว่า 250 Wh — ถ้าปั่นไป-กลับและมีเนินหลายจุด ควรมอง 360 Wh ขึ้นไป
- Nm ของมอเตอร์ระบุชัดเจน — ถ้าผู้ขายบอกไม่ได้ ให้ระวัง
ยางนอก 14x2.125 ไม่ใช้ยางใน ยางกันลื่นสูญญากาศ — ส่วนประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อการเกาะถนนขึ้นเนิน ผู้ซื้อต้องสังเกตเส้นทางประจำตามบทความแนะนำ
ดูสินค้ารถที่ผ่านสามข้อนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น Hub Drive หรือ Mid Drive ก็มีโอกาสสูงที่จะใช้ได้จริงบนเส้นทางที่คุณปั่นทุกวัน ไม่ใช่แค่ในโฆษณา
อ่านคู่กัน: จักรยานไฟฟ้าพับได้
