เปลี่ยนยางมอเตอร์ไซค์เองได้จริงหรือเปล่า
คำตอบสั้นคือ ได้ แต่มีเงื่อนไข ขึ้นอยู่กับว่ารถคุณเป็นล้อลวดหรือล้อแม็ก และมีเครื่องมือพื้นฐานอยู่ในมือไหม
ล้อลวดกับล้อแม็ก ทำเองได้ไม่เหมือนกัน
ล้อลวดแบบที่เห็นในเวฟ, ดรีม, หรือมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่าทั่วไป ใช้ยางแบบมียางใน (Tube Type) ถอดเปลี่ยนเองได้ไม่ยาก เพราะยางไม่ได้อัดแน่นกับขอบล้อแบบทิวบ์เลส แค่มีช้อนงัดยางกับแรงหน่อยก็ทำได้
ล้อแม็กแบบที่ใช้กับ PCX, Nmax, หรือสกู๊ตเตอร์สมัยใหม่ส่วนใหญ่เป็นยางทิวบ์เลส ยางต้องนั่งแนบขอบล้อให้สนิทถึงจะกักลมได้ ถ้าไม่มีเครื่องถอดยางช่วย การงัดยางออกแล้วใส่ใหม่ให้ bead นั่งถูกต้องเป็นเรื่องที่ต้องใช้ประสบการณ์พอสมควร ถ้าทำผิดยางรั่วซึมได้โดยไม่รู้ตัว
เครื่องมือที่ต้องมีถ้าจะทำเอง
ก่อนลงมือ เช็กก่อนว่ามีของครบไหม เพราะขาดชิ้นเดียวก็ค้างกลางทางได้
สิ่งที่ต้องมีขั้นต่ำ:
- ช้อนงัดยาง อย่างน้อย 2 อัน (งัดคนเดียวอันเดียวไม่ได้)
- ประแจถอดล้อ ให้ตรงขนาดน็อตของรถ
- เกจ์วัดความดันลม วัดหลังเติมลมให้ถูกค่า
- Rim protector หรือผ้าหนาๆ รองขอบล้อกันช้อนงัดทำขอบเป็นรอย
ชุดเครื่องมือ 30 ชิ้นพร้อมเหล็กงัดยาง — จำเป็นสำหรับคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนยางเองตามบทความ
ดูสินค้าถ้าไม่มีช้อนงัดยาง อย่าใช้ไขควงหรือเหล็กแบนแทน ขอบล้อเป็นรอยง่ายมาก และถ้าเป็นยางทิวบ์เลสยิ่งทำให้ bead รั่วได้ ไปยืมร้านใกล้บ้านหรือซื้อชุดมือสองก็ยังดีกว่า
ขั้นตอนถอดและใส่ยางแบบย่อ
ไม่ต้องจำทุกรายละเอียด แต่ลำดับนี้ห้ามสลับ:
1. ถอดล้อออกจากรถ — คลายน็อตเพลา ถอดโซ่หรือเบรกดิสก์ออกก่อน 2. ปล่อยลมออกให้หมด — กดแกนวาล์วค้างไว้จนไม่มีเสียงลม 3. งัดยางออก — ใช้ช้อนงัดสองอันสลับกัน งัดขอบยางออกจากล้อทีละด้าน 4. ใส่ยางใหม่ — จัดทิศทางลายดอกให้ถูก (ดูลูกศรบนแก้มยาง) 5. เติมลมและเช็คค่า — เติมให้ได้ค่าตามที่รถกำหนด แล้ววัดซ้ำ
เกจ์วัดลมดิจิตอล 220 ปอนด์ — ช่วยตรวจสอบและรักษาความดันลมให้สม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงเหินน้ำตามที่บทความแนะนำ
ดูสินค้าจุดที่มือใหม่พลาดบ่อยที่สุดคือ ลืมดูทิศทางของดอกยาง ยางหลายเส้นมีลูกศรบนแก้มบอกทิศหมุน ใส่ผิดทางแล้วยางระบายน้ำได้แย่ลงทันที ก่อนใส่ดูแก้มยางให้ชัดก่อนเสมอ
ยางแข็งกับยางนิ่ม ต่างกันตรงไหนในการใช้งานจริง
คำว่า "แข็ง" กับ "นิ่ม" ในโลกยางมอเตอร์ไซค์ไม่ได้หมายถึงความรู้สึกตอนบีบ แต่หมายถึงคอมปาวด์ของเนื้อยางที่ส่งผลต่อการยึดเกาะและอายุการใช้งานโดยตรง
ยางนิ่ม เกาะดีแต่หมดเร็ว
ยางนิ่มใช้คอมปาวด์ที่ยืดหยุ่นสูง เนื้อยางแนบกับผิวถนนได้มากกว่า ทั้งตอนถนนแห้งและเปียก แรงยึดเกาะตอบสนองเร็ว เลี้ยวโค้งแล้วรู้สึกมั่นใจกว่าชัดเจน
แต่ข้อแลกคือเนื้อยางสึกเร็วกว่า คนที่ขับในเมืองวันละ 20-30 กม. ผ่านสี่แยก หยุดบ่อย เลี้ยวบ่อย ยางนิ่มหมดดอกได้เร็วกว่ายางแข็งในระยะการใช้งานเดียวกัน เหมาะที่สุดสำหรับคนขับระยะสั้นในเมืองที่ฝนตกบ่อย
ยางนิ่มลายเวฟ 110i ขายเยอะ rating สูง — ตัวเลือกดีสำหรับผู้ใช้รถทุกวันในเมืองฝนตก
ดูสินค้ายางแข็ง ทนทานแต่ต้องอุ่นก่อนเกาะ
ยางแข็งคอมปาวด์หนาแน่นกว่า อายุการใช้งานยาวกว่า รับน้ำหนักได้ดีกว่า เหมาะกับคนขับทางไกลหรือรถที่ต้องบรรทุกของเป็นประจำ
สิ่งที่ต้องระวังคือช่วงยางเย็น โดยเฉพาะตอนเช้าหรือหลังจอดรถนาน ยางแข็งยังไม่ได้อุณหภูมิทำงาน การยึดเกาะยังไม่เต็มที่ ถนนเปียกช่วงแรกๆ ต้องขับเบาก่อน ไม่ใช่ออกตัวเร็วทันที รถทางไกลที่วิ่งต่อเนื่องยางจะร้อนและเกาะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าใช้ในเมืองหยุดบ่อย ยางอาจไม่ค่อยได้อุ่นถึงจุดที่เกาะได้เต็มประสิทธิภาพ
ยางแข็งลายสิบล้อ (ลายบรรทุก) ทนทานสำหรับการใช้งานทั่วไป — เหมาะสำหรับคนขับทางไกลตามที่บทความแนะนำ
ดูสินค้าถ้าขับในเมืองเป็นหลักแต่อยากได้ยางทนกว่าปกติ ดูยางกึ่งกลางที่คอมปาวด์ไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป จะได้สมดุลทั้งสองด้านพอสมควร
ยางแบบไหนกันเหินน้ำได้จริงเวลาฝนตก
การเหินน้ำไม่ได้ขึ้นกับแค่ความแข็งนิ่มของยาง แต่ขึ้นกับดอกยางและความดันลมด้วย สามปัจจัยนี้ต้องไปด้วยกัน
ดอกยางคือตัวระบายน้ำ ไม่ใช่แค่ลาย
ร่องดอกยางทำหน้าที่ดูดน้ำออกจากหน้าสัมผัสระหว่างยางกับถนน ทุกครั้งที่ล้อหมุน น้ำต้องวิ่งออกทางร่องดอกก่อนที่ยางจะแตะถนนได้จริง ถ้าร่องตื้นหรือดอกหมดแล้ว น้ำไม่มีทางออก ยางก็ลอยบนฟิล์มน้ำ นั่นคือการเหินน้ำ
ดอกยางที่เหลือน้อยกว่า 1.6 มม. คือเส้นแดงที่ไม่ควรรอต่อ บางเส้นมี wear indicator เป็นแถบนูนเล็กๆ ในร่องดอก ถ้าแถบนั้นเสมอกับผิวยางแล้ว ถึงเวลาเปลี่ยนทันที ไม่ต้องรอให้ดอกหายหมด
ยางลายไฟ VRM 265 ดอกลึก เหมาะสำหรับเมืองฝนตกบ่อย — ช่วยระบายน้ำและลดการเหินน้ำตามที่บทความเน้น
ดูสินค้าความดันลมผิดทำให้เหินน้ำได้เหมือนกัน
ลมแข็งเกินไปทำให้ยางนูนตรงกลาง หน้าสัมผัสกับถนนแคบลง น้ำระบายออกได้น้อยลงตามไปด้วย ลมอ่อนเกินทำให้ยางบวมออกด้านข้าง รถตอบสนองช้า และยางสึกไม่สม่ำเสมอ
ค่าความดันที่เหมาะสมสำหรับมอเตอร์ไซค์ใช้ในเมืองทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 28-33 psi ที่ล้อหน้า และ 32-36 psi ที่ล้อหลัง แต่ค่าจริงให้ดูสติกเกอร์ที่แกนสวิงอาร์มหรือคู่มือรถเป็นหลัก เพราะแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน
เกจ์วัดลมแบบอนาล็อก 150 psi ราคาถูก — เครื่องมือพื้นฐานสำหรับวัดดอกยาง 1.6 มม. ตามที่บทความแนะนำ
ดูสินค้าเลือกยางให้ตรงกับสไตล์การขับ
คนขับในเมืองที่ฝนตกเกือบทุกวัน ยางนิ่มดอกลึกคือตัวเลือกที่ตรงที่สุด เกาะดีตั้งแต่ยางยังเย็น ระบายน้ำได้ดี แม้จะสึกเร็วกว่าแต่ความปลอดภัยคุ้มกว่าชัดเจน
คนขับทางไกลหรือรถที่บรรทุกของหนัก ยางแข็งทนทานกว่าในระยะยาว แต่ต้องดูแลความดันลมสม่ำเสมอและเช็คดอกยางบ่อยขึ้น เพราะถ้าดอกหมดแล้วยังไม่เปลี่ยน ยางแข็งก็เหินน้ำได้เหมือนกัน
ยาง SR ขอบ 17 ลายเวฟ 110i ราคาประหยัด ขายเยอะ — ตัวเลือกสำหรับผู้ใช้รถทั่วไปในเมืองฝนตก
ดูสินค้าทั้งสองแบบมีจุดที่ดี แต่ไม่มีตัวไหนที่ดีในทุกสถานการณ์ ตัดสินใจจากสไตล์ขับของตัวเองก่อน แล้วค่อยเลือกยาง ไม่ใช่กลับกัน
อ่านคู่กัน: ยางมอเตอร์ไซค์ ดอกหมด ยางแข็ง
จุดที่คนมักพลาดหลังเปลี่ยนยางใหม่
เปลี่ยนยางเสร็จแล้วยังไม่จบ มีสองสามอย่างที่ถ้าข้ามไปอาจทำให้ยางใหม่เสียเปล่าหรือเกิดอุบัติเหตุได้
ยางใหม่ต้องอุ่นก่อนขับเต็มสปีด
ยางที่ออกจากโรงงานมีสารเคลือบผิวจากกระบวนการผลิตอยู่ที่หน้ายาง สารนี้ทำให้ยางลื่นกว่าปกติในช่วงแรก โดยเฉพาะตอนถนนเปียกหรือขับโค้ง
50-100 กม.แรก ขับเบาๆ หลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกะทันหัน ให้ยางได้เปิดหน้าสัมผัสและล้างสารเคลือบออกเองตามธรรมชาติ หลังจากนั้นยางจะเกาะดีขึ้นชัดเจน อย่าเพิ่งทดสอบยางใหม่ตอนฝนตกหนัก ช่วงนั้นคือจุดที่เสี่ยงที่สุด
เช็คความดันลมหลังขับไปสักพัก
ยางที่เพิ่งใส่ใหม่ bead ยังอยู่ระหว่างนั่งลงในขอบล้อ บางครั้งลมรั่วซึมเล็กน้อยได้ในช่วง 1-2 วันแรก โดยไม่ได้มาจากยางรั่วจริงๆ
หลังขับไปสัก 1-2 วัน วัดความดันลมอีกครั้ง ถ้าลดลงมากผิดปกติให้เช็คว่า bead นั่งสนิทหรือเปล่า มองดูรอยต่อระหว่างแก้มยางกับขอบล้อทั้งรอบ ถ้าเห็นว่ายางนั่งไม่สม่ำเสมอหรือมีส่วนที่บวมออกผิดรูป ควรเอาเข้าร้านให้ช่างดูก่อนขับต่อ
เกจ์วัดลมที่แม่นยำสำคัญตรงนี้มาก เพราะความต่าง 2-3 psi ดูไม่มากบนตัวเลข แต่ส่งผลต่อการทรงตัวและการระบายน้ำได้จริง
อ่านเพิ่มเติม: ยางมอเตอร์ไซค์ ขอบ 17 เกาะถนน
